[ไปSwiss]ทางเดิน ทางแยก

posted on 16 May 2012 12:03 by sage0-0nu in Informative directory Knowledge, Diary
นั่นคือเอนทรี่คราวก่อนที่ผมมาเล่าไว้ครับ
หลังจากนั้นก้มีอะไรอีกมากมาย
ผมสอบติดปริญญาเอกที่ U Texas Austin 
ติดป โท ที่มิชิแกน
 
 
 
สำหรับเอนทรี่นี้
ผมจะเขียนเหมือนให้ตัวเองอ่านมากกว่า
เพราะมันเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตผมเลย
ว่าผมจะไปทำงานอะไรต่อ จะเรียนอะไรต่อ
อนาคตผมอีก4-50 ปีผมต่อจากนี้ขึ้นกับการตัดสินใจอันนี้เลยละ 
และเมื่อผมตัดสินใจไปแล้ว ก้ยากที่จะเปลีย่นแล้ว
 
 
 
เปลี่ยนใจ
 
 
กลับมาเรื่องมหาลัย
แต่ทั้งหมดนี้ ไม่มีที่ไหนให้เงินสนับสนุนสักที่เลยครับ
ค่าใช้จ่ายก้ประมาณปีละล้าน.. จะไปเองคงไม่ไหว
ทางที่ดีที่สุดเนี่ย ก้คงจะไปสวิสแหละครับ ที่ค่าใช้จ่ายมันลดลงมาหน่อย


ถึงอย่างนั้นก้เถอะ ผมก้เริ่มไม่อยากจะเรียนต่อแล้ว
อยู่เกาหลีมาสี่ปี รู้สึกว่าชีวิตการอยู่นอกนี่มันลำบากจริงๆครับ
เพื่อนก้น้อยกว่าอยุ่ไทย ภาษาก็ลำบากๆ
สิทธิทางพลเมืองก้ไม่มีเหมือนคนประเทศเค้า
ที่สำคัญ.. ผมอยากมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งครับ
อยากใช้ชีวิตแบบเดินตาม routine ธรรมดาๆดูบ้าง
 
บวกกับอีกปัจจัยหนึ่ง...
งานวิจัยที่ผมเริ่มทำมันเริ่มถึงจุดอิ่มตัว..
ทำมาหนึ่งปีกว่าๆ ทำแทบทุกวัน
ช่วงแรกๆ ทำเสาร์อาทิตย์ด้วย
แต่หลังๆนี่.. พลังผมก้เริ่มหมดแล้ว
เริ่มไม่มีแรงจะทำงานต่อแล้ว
ถ้าผมเรียนต่อเอก.. ผมก้คงต้องทำวิจัยไปทั้งชีวิต ซึ่งก้ไม่รุ้ว่าจะไหวมั้ย
ตัดมหาลัยเทกซัสออกไปเลยละกัน เพราะมันเป็น ป เอก
 
เลยเริ่มเกิดความคิดว่า กลับมาทำงานที่ไทยก่อนละกัน
เพราะว่ามหาลัยที่สวิสนี่ ผมสามารถเลื่อนเทอมเข้าเรียน ไปเข้าปีหน้าได้
ผมเลยทำงานไปหนึ่งปีก่อน แล้วค่อยคิดอีกรอบ
 
 
......................................................................
 
แผนชีวิตธรรมดา 1
 
 
งานที่ผมว่า คือผมอยากทำงานดูธุรกิจที่บ้าน จะได้รู้ว่าพ่อแม่ผมทำธุรกิจอะไรอยู่
ระหว่างที่ดูงานเนี่ย ผมจะได้เรียนโทวิศวะการเงินที่จุฬาด้วย (Financial Engineer)
ใช้เวลาแค่ปีเดียวจบ.. เคลียๆ..ชิวๆ..
ที่ผมจะเรียนเรื่องการเงินด้วยเนี่ย เพราะมันเป็นเรื่องที่ผมสนใจมานานแล้ว
แต่มันไม่มีระดับ ป ตรี เลยไม่ได้เรียน (ถึงมีก็อาจจะไม่ได้เรียน เพราะสนใจวิศวะอื่นมากกว่า)
หลังจากเรียนโทจบ ค่อยหางานเกีย่วกับการเงินตามบริษัทเอา
 
เพราะอย่างที่บอกว่า ถ้าเรียนวิศวะสื่อสารต่อไป ก้อาจต้องทำงานวิจัยไปทั้งชีวิต
งั้นลองเปลี่ยนสายดูก้ไม่เลวเหมือนกัน ใช้เวลาแค่ปีกว่าๆ
ถ้าหากชอบเราจะได้กลับมาใช้ชีวิตแบบธรรมดาทำงานบริษัทได้ซะที
 
 
เอาเป็นว่า ผมลองเสนอแผนนี้ให้ทางบ้าน..
ครืน.. แผนพังทลายครับ
ไม่มีใครยอมให้ผมไปดูธุรกิจที่บ้านเลย
ทุกคนพยายามผลักผมออกนอกประเทศ (อยากกับทักษิณ)
ใครๆก็อยากให้ผมเรียนนอก..ด้วยเหตุผลที่ว่า
"เรียนจบนอก ป ตรีมา ก้ต้องไป ป โทด้วยสิ!"
"นอก ป ตรี แต่ไทย ป โทนะ มันไม่มีค่าหรอก"
"ใครๆก้จบ ป โทในไทยได้"
"สมัครงานจะไปสู้คนจบอเมริกาได้ยังไง"
 
แต่ผมก้ไม่ค่อยเข้าใจ
อนาคตถึงผมจะทำบริษัท หรือทำงานมหาลัย
สุดท้ายวันหนึ่ง ผมก็ต้องกลับมาทำธุรกิจที่บ้านอยุ่แล้ว
จะเอาตำแหน่งปริญญาจากนอกทำไม.. เรียนไหนมันก้ความรุ้ทั้งนั้น
 
......................................................................
 
ตัดสินใจ

ช่วงที่ผมคิดอยู่นั้นเป็นช่วงที่ผมรอทุนจากรัฐบาลสวิสอยู่..
ถ้าผมไม่มีทุนรัฐบาลแล้วไปสวิสจะเกิดอะไรขึ้น..
-จ่ายค่าเรียนเอง
-จ่ายค่ากินค่าอยู่เอง (ซึ่งโคตตตตตตแพง)
-หาที่พักเอง (ซึ่งโคตตตตตตยาก)
โลซานนี่ขึ้นชื่อเลยว่าเป็นเมืองที่หาที่พักยากมากกก
เพราะว่ามีนักเรียนเป็นพันๆคนมาจากต่างเมืองต่างประเทศมาอยู่ในเมืองนี้
ถ้าไม่มีทุนรัฐบาล ชีวิตผมจะปวดหัวแบบโคตๆเลยทีเดียว
ผมจะต้องมีเรื่องให้ทำอีกมหาศาล
 
 
โชคดีอย่างหนึ่ง..
อยู่ๆผมก้มีทางเลือกในชีวิตเพิ่มมานิดหนึ่ง
ผมมารู้ทีหลังว่า ถ้าไปสวิสเนี่ย
ถึงผมจะเรียนวิศวะสื่อสารเป็นวิชาเอก (ที่ผมทำได้ดีมาก)
ผมก็ยังสามารถเรียนวิศวะการเงินเป็นวิชาโทได้ (ซึ่งผมไม่รุ้ว่าจะทำได้ดีมั้ย)
มันก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะทำให้ผมได้ลองก่อน ว่าผมจะไปรอดกับวิศวะการเงินมั้ย
ถ้าทำไม่ได้ก้ยกเลิก กลับลำไปสายวิศวะสื่อสารเหมือนเดิมซะก้ยังทัน
 
แน่นอน ถึงจุดนี้ ผมไม่ไปอเมริกาแล้ว..
แต่สวิสยังมีลุ้นอยู่.. ถ้าได้ทุนรัฐบาลปั๊บ ก้อาจจะช่างใจไปสวิสได้อยู่
แต่ถ้าไม่ได้ทุน.. ก้ตัดใจไม่เรียนแม่งละ..
เพราะทำไมผมต้องไปจ่ายเงิน และไปผจญความลำบากด้วยหละ
 
 
และแล้ว..วันหนึ่งผลทุนก็ประกาศ..
ผม... ไม่ได้ทุน!!!
 
 
 
แต่ผมถูกเลือกให้เป็นตัวสำรองแทน..
แถมตอกย้ำความเศร้าด้วยความหวังแล้งๆว่า
ถ้าไม่มีการติดต่อกับจากสวิสภายในสองเดือน..แปลว่าคุณไม่ได้
มาถึงจุดนี้ผมโมโหมาก..
ทำไมกูต้องเป็นตัวสำรองด้วยวะะะ
ถ้าได้ทุนเลย ก็จะได้ตัดสินใจชีวิตได้ทันที
ถ้าไม่ได้ทุนเลย ก้จะได้ตัดสินใจไม่ไปได้ทันที
มาทำก้ำๆกึ่งๆอย่างงี้ ผมนอนคิดมากอีกนานหละครับ
เอาเป็นว่า ผมทำตัวเหมือนว่าผมไม่ได้ทุนละกัน
ตัดสินใจอยู่ไทยทำงาน แล้วเรียนวิศวะการเงินนั่นแหละ 

......................................................................
 
แผนชีวิตธรรมดา 2
 
 
จุดนี้ ทางบ้านถึงจะพอรับได้ที่จะไม่ต่อนอก
แต่บอกว่า ยังไงก้ไม่ให้ทำงานดูธุรกิจที่บ้าน
ไม่ต้องมารู้ว่าที่บ้านทำอะไร 
แต่ให้ไปสมัครงานบริษัทดีๆ แล้วจะเรียนต่อวิศวะการเงินก้ไปเรียน
 
 
ทำไมต้องไปสมัครงานบริษัทดีๆ..เพราะจะได้มีประสบการณ์ทำงานและมีเครดิตขึ้น
ผมจบวิศวะไฟฟ้า.. ทำงานได้แต่สายงานสื่อสาร AIS,DTAC
 
ถ้าผมต่อการเงิน.. ผมก้ไปทำงานการเงิน..
แล้วจะเอาเครดิตงานสายไฟฟ้าไปทำไมกัน ผมก้ไม่เข้าใจ
แทนที่จะเอาเวลาไปดูงานทางบ้าน
ไม่งั้นอนาคตผมทำงานอื่น ถ้าไปรุ่ง ก้คงไม่มีเวลามายุ่งกับงานทางบ้านแล้ว
 
 
สรุปว่าถ้าไม่อยากให้ทำงานที่บ้านขนาดนั้น ก้ไม่ยุ่งก้ได้
ไปหาอะไรที่ตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ไม่ขึ้นกับทางบ้านดีกว่า
วันจันทร์ที่ผ่านมาผมไปสมัครงานเอไอเอส 2 ตำแหน่ง ดีแทคอีก 1 แล้วก้บริษัทน้ำมันอีกหนึ่ง
 
 
ผมเริ่มจินตนาการชีวิตที่เรียบง่ายได้บ้างแล้ว..
ตื่นเช้าไปทำงาน
เย็นกลับบ้าน
เสารอาทิตยไปเทียวกับเพือ่น
ถ้าโชคดีหน่อยก้อาจมีแฟน เที่ยวกับแฟน
วันจันเริ่มทำงานต่อ
เวลาว่างก้มาซ้อมดนตรี
ฝึกภาษาที่เริ่มลืมๆ
เล่นเกม ที่ไม่ได้เล่นมาสามสี่ปีตั้งแต่เข้ามหาลัย เพราะงานยุ่งเกินไป
ดูหนังที่ค้างในสต๊อกเป็นร้อยเรื่อง
อ่านกาตูนที่ค้างไว้อีกเป็นสิบเรื่อง
 
ชีวิตธรรมดาๆแบบนี้ก้ดีออกไม่ใช่เหรอ?
 
 
............................................................
 
กลับลำ
 
 
ผมเล่าแนวชีวิตผมให้หลายคนฟัง..
เพือ่นที่อยู่ไทยจะบอกว่า
"เสียดายหวะ"
"ไม่น่าเลย"
 
เพือ่นทีอยู่นอกจะบอกว่า
"เราเข้าใจ เราก็อาจจะไม่ต่อเอก"
"แกโชคดีนะที่เปลีย่นได้ ทุนของเรามันเปลี่ยนไม่ได้ ต้องเรียนยันเอกเลย" 
 
คุยกับคนสองกลุ่มมันต่างกันชัดเจนเหลือเกิน
คนในไทยอาจคิดว่าเรียนต่อนอกมันหรูหรา ชีวิตมีความสุขสำราญอลังการวู่ว่าวี้ว้า
ตามจริงแล้ว ชีวิตอยู่นอกนี่มันเหนือ่ยเหลือเกิน..
 
 
 
ในจังหวะที่ผมคิดจะมาอยู่ไทยจริงๆแล้วนั้น..
สุดท้ายวันจันทร์ตอนกลางคืน
วันเดียวกับที่ส่งอีเมลไปสมัครงานทั้งหมดเสร็จนั่นแหละ..
ผมไปกินเลี้ยง.. รุ่นพีในแลปพาผมไปเลี้ยงส่ง เพราะใกล้หมดวาระงานแล้ว
กลับมาเปิดเมล... 
 
ปรากฎว่ามีการติดต่อกลับจากสวิสแล้ว..
และผมได้ทุนรัฐบาลสวิส!!!
 
 
เค้าถามว่ามีตำแหน่งว่างแล้ว ถามว่าผมยังอยากได้ทุนอยุ่ไหม
 
จังหวะนี้ถ้าไม่คว้าไว้ เค้าก้จะเอาทุนไปให้คนอื่นแน่นอน
ผมคิดอย่างรวดเร็วว่าจะทำไงดี
ถ้าได้ทุน ปัญหาการเงินและที่พักก้จะเคลีย
เรือ่งวิจัยก้ช่างมันเถอะ ถือว่าไปเอาดีกรีไว้สมัครงาน
เราจะได้เรียนวิศวะสื่อสารเป็นวิชาเอก และวิศวะการเงินเป็นวิชาโท
แต่ก้จะใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆไม่ได้ไปอีกสองปี..
ผมจะทนได้ถึงเวลานั้นมั้ย?
ผู้หญิงที่ผมชอบอยู่จะไม่ไปมีแฟนก่อนถึงเวลานั้นมั้ย?
เอาเป็นว่าผมตัดสินใจของลองไปลำบากอีกสักครั้งแล้วกัน!!
 
เรียนจบโทแล้วก็พอแล้วละ.. ไม่ต่อเอกแล้วละ..
จะได้กลับมาใช้ชีวิตแบบชาวบ้านบ้างซะทีนะ..
 
 
ผมคิดอยู่ครึ่งชั่วโมงก่อนตอบตกลงไป..
ไม่นานอีกเมลอีกฉบับหนึ่งก้มา ให้ผมกรอกเอกสารรับรองการได้ทุน
ผมกรอกและวันรุ่งขึ้นก้ตอบกลับไป..
วันนั้นเองก็มีอีเมลอีกหลายฉบับ อธิบายกระบวนการต่างๆที่ผมต้องทำ
บอกว่าที่พักได้รับการจองเรียบร้อย(อันนี้ผมดีใจที่สุด เพราะที่พักมันหายากจริงๆ)
สุดท้ายโปรเซสทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ในสองวัน!!!
ผมตกใจกับความเร็วในการทำงานของคนสวิสมาก
สองวันหลังจากที่ผมตอบตกลง.. ทุกอย่างก้เรียบร้อย..
 
สุดท้าย..ผมตัดสินใจไปสวิสแน่นอนละครับคราวนี้
ตารางคร่าวๆก้คือ..
ออกจากเกาหลีกลับไทย 4มิถุนา
ออกจากไทยไปสวิส 15สิงหา
แล้วอยู่ยาวอีก2ปีเลย (กลับไทยได้ครั้งสองครั้ง)
 
นี่ก้คือลำดับการตัดสินใจของผมละครับ
รออีกหน่อย..
อีกสองปี.. ชีวิตแบบธรรมดาจะได้กลับมาซะที..
หวังว่าคนที่ผมแอบชอบ ก็อย่าเพิ่งรีบไปมีแฟนซะละ : 3

edit @ 16 May 2012 13:51:15 by sage_nu

Comment

Comment:

Tweet

ฉันรักสวิส ขอบคุณนะคะ
จีคลับ

#16 By pammy (176.67.81.241|176.67.81.241) on 2015-07-02 04:36

ตัดสินใจได้ดีนุ อ่านเผินๆ เหมือนเปลี่ยนใจไปมา แต่พี่ว่านี่แหละคือแนวทางที่ถูกต้อง คือ ดำเนินชีวิตตาม option ตรงหน้าเรา ไม่ดื้อดึงเดินไปทางใดทางหนึ่งเกินไป แล้วผสมผสานกับความรู้สึกตัวเองด้วย เป็นพี่ก็คิดอย่างนุว่ะ

ดีใจที่เจอกันที่สวิส

#15 By nutt (103.7.57.18|178.197.233.13) on 2012-12-23 02:12

 นาทีนี้ ****".โอกาส."  ***** จริงๆ ค่ำ
โอกาสที่>ได้เลือก
โอกาสที่>ได้ตัดสินใจ
และ "โอกาส" เป็นของคุณแล้ว
เดิน ต่อไป  เชื่อว่า ทางข้างหน้า ก็ยังมี
"โอกาส"ให้คุณอีกค่ะ

#14 By gowaw (103.7.57.18|125.27.99.21) on 2012-07-01 21:49

เป็นเอ็นทรี่ที่ประทับใจมาก เพราะตัวเองก็ตัดสินใจจะไปเรียนเมืองนอกเช่นกัน พอรับรู้ได้ว่าชีวิตที่เมืองนอกจะลำบากแค่ไหน 
เหมือนโครงสร้างชีวิตเราสุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ต้องการอะไรมาก
"จากสูงสุดสู่สามัญ" นั่นคือความจริงเสมอมา
ปล.ขอให้หญิงสาวที่คุณรัก ...รักและเฝ้ารอคุณเช่นกัน
ยินดีด้วยนะคะ ลองสู้กับชีวิตอีกซักตั้ง เชื่อว่าคงได้อะไรกลับมาอีกเยอะเลย

#12 By comboset on 2012-05-21 00:11

ขอชื่นชมในการตัดสินใจครับ
น้องณุ ทำได้ดี แต่ผมแอบเสียดายนะ
น้องอุตสาห์ได้ ตอบรับเข้าเรียน
Ph.D. at Univ. of Taxes at Austin
ที่นี่ก็ดังพอๆกะพวก MIT Caltech
and UC Berkeley
M.Sc at Univ. of michigan
ก็โอเคเลยครับ
ทั้งสองที่ได้เข้าไปเรียนคุ้มมาก
แต่ถูกอย่างที่น้องพูด อยู่ยาก
ค่าครองชีพแพง ทำ Thesis
Research เยอะมั่กมาก
ไม่ว่าจะเรียนที่ สวิต หรือ อเมริกา
อยู่ที่ไหนก็พยายามตั้งใจครับ
ทางเดินของเรา เราเลือกเอง โชดดีครับ

#11 By Dr.fuse (103.7.57.18|118.174.99.167) on 2012-05-20 17:50

มันเหมือนชะตาลิขิตนะ ขอให้มีความสุขมากมาย
หลานชายเรียนหมอได้ทุนเรียนถึง ป.เอก
สุดท้ายเรียนไปครึ่งทาง ขอยกเลิกทุน
เพราะเหนื่อยเครียด หาแฟนไม่ได้ พอยกเลิกทุน
ก็เริ่มมองสาวและแต่งงานไปแล้ว confused smile Hot!

#10 By ปิยะ99 on 2012-05-20 09:09

ส....สุดยอดดดด....
ผมชอบตรงที่ คุณพยายามจะกลับมาไทย นะครับ ผมคิดว่าเก่งอย่างนุ จะชอบที่จะอยู่เมืองนอกซะอีก
แต่ผมก็งง กะ ทางบ้าน ที่พยายามผลักดันออกนอกประเทศ แม้นจะเป็นความหวังดี ก็เถอะ
สุดท้ายนี้ ก็ ขอให้การเรียน โท เป็นไปได้ด้วยดี นะครับ ทนลำบากปนเที่ยวนอก อีกซักระยะ เนาะ
แค่นี้ ก็ น่าอิจฉา จะตายแล้วววววว (ผมจงใจมองความลำบาก555) ก๊าซๆ Hot!

#9 By p.cobra on 2012-05-18 02:42

สู้ๆนะครับ confused smile
อ่านเอนทรี่นี้แล้วนึกถึงช่วงช่วงเรียนจบตรีจนถึงปัจจุบันของตัวเองอยู่เหมือนกัน ถึงตัวเลือกจะไม่ได้เยอะและตัดสินใจยากเท่านี้ครับ :)

#8 By Faith on 2012-05-17 20:41

สู้ๆนะคะ :D ไปเรียนเมืองนอกมันลำบากจริงๆแหละ แต่ผลที่ได้ออกมาสำหรับบางคนก็คุ้มนะคะ >_<
ทุนเป็นสิ่งสำคัญจริงๆค่ะ T_T)/ ขนาดได้แล้วยังเครียดเลย เพราะมันก็มีค่าใช้จ่ายอีกเยอะแยะ 
ดีใจด้วยที่ได้ทุนค่ะ! :D

#7 By 【☆ EvE ♥ Kazunari ☆】 on 2012-05-17 09:11

เป็นกำลังใจให้นะฮะพี่
สู้ต่อไปทาเคชิ!!!

#6 By winter-moonlight on 2012-05-17 00:03

พี่ดีใจแทน เหมือนพี่ได้ทุนเองเลยครับ
พี่รู้ว่ามันไม่ง่าย แต่คุ้มค่าแน่นอนครับ big smile (ไม่งั้นคนคงไม่แย่งทุนกันหรอก sad smile )

#5 By clock on 2012-05-16 21:20

สู้ๆนะคะ! ถึงมันจะยาก แต่ก็เป็นชีวิตที่น่าสนใจไม่ใช่หรอ :))
เข้าใจนะ ว่างานวิจัยลำบาก
ชีวิตธรรมดาก้อแสนสบาย
แต่ชีวิตที่ลำบาก ก็ให้ประสบการณ์มากมายอย่างที่ชีวิตธรรมดาให้ไม่ได้นะHot! big smile

#4 By Mine on 2012-05-16 19:51

การตัดสินใจเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยจริงๆ แต่สุดท้ายคิดว่าเลือกได้ดีที่สุดแล้วล่ะ สู้ๆ ขอให้มีความสุขในทางที่เลือก

#3 By φυβλας on 2012-05-16 15:31

สู้ๆ ครับ แต่ถ้าพูดตรงๆ ผมว่าถ้ามันมีชีวิตที่ไม่ธรรมดาแล้ว เราคงไม่มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตที่ธรรมดาอีกแล้วล่ะ sad smile สู้ๆ เน่ออย่ามาเป็นกรรมกรในไทยเลย

#2 By XEGXEF on 2012-05-16 14:25

สู้ๆนะพี่นุ >__<
เป็นกำลังใจให้น้า big smile

#1 By abb (103.7.57.18|27.130.152.94) on 2012-05-16 14:20

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...